ป๊าเป็นคนเขียนเอง เราเอามาเผยแพร่+

 --------------------------------------------------------------------

เรียน ทุกท่าน

เหตุการณ์ที่จุฬาฯลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และที่โรงพยาบาลจุฬาฯเป็นเรื่องที่ยาวมากๆๆๆๆๆ
ที่กระทบที่ผ่านมาเป็น เรื่องผลต่อบุคลากรและ นิสิตของมหาวิทยาลัยที่ต้องยกเลิกการเรียนการสอน การประชุม การสอบ มาตลอด
ที รพ.จุฬาฯมีผลต่อการเดินทางเข้าออกฝั่งถนนราชดำริ รวมทั้งทางเข้าออกห้องฉุกเฉิน
และความปลอดภัยของบุคลากร  คนไข้และญาติ  มาตลอดเช่นกัน
ผู้ป่วยและญาติที่อยู่หอผู้ป่วยบริเวณ ถนนราชดำริต้องได้รับการรบกวนเสียงตลอดทั้งคืน   
ทาง รพ.จุฬาฯได้ขอร้องให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดทางเข้าห้องฉุกเฉิน
หัวมุมถนน ราชดำริ  หรือ ถอยห่างไปเล็กน้อย  แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่เคยสนใจ
คิดแต่ ประโยชน์ของเขาเอง  ทั้งที่ผู้ชุมนุมก็มิได้เต็มถนนราชดำริเลย
ถ้าถอยไป ถึงหัวมุมสามแยกถนนสารสินก็ได้    พวกมันเข้าออก  รพ.จุฬาฯอย่างสะดวก
ใช้ ห้องน้ำ  และบริเวณเป็นที่พักผ่อน
เวลาไม่สบายก็เข้ามารับการรักษาโดยเรา ไม่รังเกียจ  เดินเข้าออกอย่างสบาย
สวนลุมก็เข้าไม่ได้  แถมบุคลากรยังโดนบังคับขอเงิน หรือข่มขู่
รพ.ต้องหยุด คลินิกพิเศษนอกเวลาทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยที่นัดผ่าตัดนอกเวลา
ตั้งแต่ วันที่ ยี่สิบเจ็ด  เมษายน หลังเกิดเหตุการณืยิงกันวันที่ ๒๒ เมษายนเพราะความไม่ปลอดภัย
ในการเดินทางของผู้ป่วยและญาติในเวลาค่ำ  ที่สำคัญบุคลากรต้องกลับบ้านหลัง สอง
หรือ สามทุ่ม ผู้ ป่วยที่นัดและที่เตรียมผ่าตัดที่เป็นมะเร็งต้องมารับยาเคมีบำบัด
ต้อง เลื่อนไปทั้งหมด  คืนวันที่ ๒๖  ก็บุกเข้า ตึก สก เพื่อจะจับ  อาจารย์ตุลย์
โดยไม่เกรงกลัวใคร  คืนวันที่ ๒๗  ก็สงสัยว่ามีตำรวจเลยบุกเข้าที่ห้องฉุกเฉินจน่ากลัวมากๆ
(ก็ดูหน้าตาแต่ ละคนที่ มาก็แล้วกัน ) รพ.ต้องสั่งหยุด
บริการผู้ป่วยนอกและการผ่าตัด ทั้งหมด  คราวนี้กระทบคนทั้งหมด
และรพ.เท่ากับหยุดการทำงานทั้งหมด  สุดท้ายต้องย้ายผู้ป่วยจากตึก ภปร ตึก สก
และตึกวชิรญาน (ที่ประทับของสมเด็จสังฆราช)  เพื่อหลีกหนีเสียงรบกวน
โดยย้ายไปที่ตึก ด้านถนนอังรีดูนังต์  เมื่อวันพุธที่ ๒๘  เมษายน    ลองนึกภาพดูว่า
ผู้ ป่วยที่ใส่ท่อหายใจ  อยู่ ไอซียู  ผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัด
ทารกที่หายใจ หอบเหนื่อยและอีกมากมาย  ต้องทุลักทุเล ย้าย  ( ก็ไม่ใช่ญาติของพวกมัน)
แต่ พวกมันคิดและระแวง( ก็ทำผิดกฎหมายและเกินสิทธิ์รบกวนสิทธิ์ผู้อื่น)
ว่า ทาง  รพ.จุฬาฯจะสนับสนุนให้  ตำรวจและทหารสลายการชุมนุม  เมื่อคืนวันที่ ๒๙
เมษายน  พายัพ  ปั้นเกตุ ( ต้องติดป้ายชื่อนามสกุลไว้หน้าโรงพยาบาล)
พาคนพร้อม ผู้สื่อข่าว มาเพื่อ ขอตรวจค้น
โดยไม่มีอำนาจที่จะบุกรุกยามวิกาล  ผมไม่ได้อยู่ในเหตุกาณ์
แต่รับรู้ว่า พวกมัน บังคับให้ ผู้บริหารยอมให้ตรวจค้น
พวกมันแสดงกิริยาดุดัน กราดเกรี้ยวแบบไม่เกรงใจใคร
และสัญญาว่าจะเข้าตรวจค้นไม่ กี่คน  แต่บุกเข้าเป็นร้อย  สัญญาว่าจะตรวจแค่ตึก
สก และตึก ภปร ( ตึกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของเรา) แต่ก็เข้าตรวจทั่ว
รพ.จุฬาฯเพราะตรวจ สองตึกแล้วไม่พบ
ทหาร ตำรวจ  สุดท้ายยังข่มขู่ว่าจะเข้ามาอีก    วันนี้
รพ.จุฬาฯ เป็นห่วงถึงความปลอดภัย
ต่อ ผู้ป่วย ญาติ นิสิตแพทย์ พยาบาล แพทย์และบุลากร  ผู็บริหารต้องสั่งปิด
รพ.จุฬาฯและ ย้าย ผู็ป่วย (ที่เพิ่งย้ายมาจากตึกด้านหน้าเมื่อสองวันก่อน)โดยสั่งให้กลับบ้านสำหรับผู้ ป่วยที่พอกลับได้
ส่วนที่ต้องอยู่  รพ. ต่อ ก็ ติดต่อและดำเนินการย้ายไปที่  รพ.ศิริราช  รพ.ราชวิถี
และที่อื่นๆที่รับ ได้  ยกเว้นทีต้องอยู่ไอซียู และย้ายไม่ได้ก็ยังให้อยู่
เท่านั้น  เท่ากับสั่งปิด รพ.จุฬาฯ ไปเลย

โดยสามัญสำนึก  แม้แต่ตอนสงคราม พวกนักรบที่จะเข่นฆ่ากันให้ได้
ก็ยังยกเว้นส่วนการพยาบาลไว้  แต่ นี่เป็นอะไร  ไม่ฟัง ไม่สน
บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร



ขอให้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง  รพ.จุฬาฯ ด้วยเถิด



รศ.นพ.ประเสริฐ  ตรีวิจิตรศิลป์

แพทย์ประจำรพ.จุฬาฯ



ปล.ช่วยกระจา ยเมลล์ด้วยครับ

--

จากบล็อกนี้

http://somnuchapa.exteen.com/20100430/entry

วันนี้วันอาทิตย์

posted on 14 Feb 2010 20:13 by flawas

เฮ่อ ไม่ได้เขียนบล็อกนาน 

มัวแต่ติดเฟสบุ๊ค( ไม่ได้ไปเนิร์ดอย่างที่ควรจะทำแต่อย่างใด555)

คิดถึงกันบ้างมั้ยจ๊ะๆๆๆๆ

....

....

....

(ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าพูดถึงใคร เราก็ไม่รู้เหมือนกัน)

 

ในฐานะที่เป็นคนที่ไม่ยินดียินร้ายอะไรกับวันนี้เท่าไหร่

ก็แหงแหละ ถ้าได้แต๊ะเอีย(รึอั่งเปา เออ มันต่างกันยังไงนะ) กับเค้าบ้างก็จะยินดีอยหรอก

แต่ไม่ได้เฉยชากับความรักนะจ๊ะ

วันนี้คงเป็นวันที่หลายคนแฮปปี้ สวีท จี๋จ๋า ได้ดอกไม้ ยอมเสียตังค์ค่าดอกไมแพงเว่อๆ้ ได้กินไก่ไหว้เ้จ้า

และอีกหลายคนที่ห่อเหี่ยวเปลี่ยวเหงา ไม่ยอมออกจากบ้าน จนถึงเศร้าอะไรก็ว่าไป

 

แปลกเนอะ วันนี้มันต่างจากวันอื่นก็ตรงที่มีคนกำหนดขึ้นมาว่าเป็นวันแห่งความรักเท่านั้นเอง

แค่คิดว่า ไปกำหนดวันวาเลนไทน์ส่วนตัว ของถูกกว่านี้ น่าี้จะคุ้มกว่าเยอะ

สำหรับใครที่เซ็งๆกับวันนี้ก็คิดซะว่า วันของเราแค่ยังไม่มาถึงแค่นั้นเอง

ถามตัวเองดูสิว่า สิ่งที่หลายๆคู่ทำกันวันนี้ เช่นซื้อของแพงๆ ให้กัน พูดจาหวานหยดๆเลี่ยนๆ

งุ้งงิ้งง้องแง้ง ต้องการจริงหรอ? ไม่รู้สิ สำหรับเรา ไม่อ่ะ (ถ้าต้องการจริงๆก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ)

เราอาจจะมีชีวิตคู่ที่มีความสุขยืนยาว แฮปปี้กว่าคุณเพื่อนของเราที่มีหนุ่มๆอยู่ข้างกายในวันวาเลนไทน์ทุกปีก็ได  

อา.....พอเหอะ

หลายคนคงคิู้แล้วว่าเจ้าของบล็อกแค่กำลังปลอบใจตัวเอง555555้ 

เค้าเปล่าน้า

แค่อยากอวดรูปที่ถ่ายไว้นานแล้ว

เอามาโชว์วันนี้มันเป๊ะที่สุด

 

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีใครโปรดส่งคนมารักคุณซักที

รักตัวเองไว้อย่างนี้ก็ดีนะ เผื่อใครสงสัยว่าทำไมคุณรักตัวเองขนาดนั้น แล้วลองรักคุณมั่ง

(ทฤษฎีบ้าอะไรเนี่ย)

 

ไม่ว่าจะเป็นวันอะไร

วันนี้มครจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างไร ก็ขอให้ทุกคนแฮปปี้ละกันนะจ๊ะ 

 

 

 

 

 

เคยสงสัยกันมั้ยว่า...

posted on 19 Sep 2009 00:22 by flawas

เคยได้ยินพวกคำพูดอมตะทั้งหลายมั้ยว่า

 

สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

 

และที่ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

 

แล้วการที่จะไม่พลาดเลยเนี่ยมันเป็นไปได้มั้ย?

 

 

แล้วถ้าสิ่งที่คนฉลาดทำได้ คือการเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น

 

คนฉลาดคนนั้นสามารถซึบซับความสุขจากประสบการณ์ของคนอื่นได้ขนาดไหนกัน

 

เวลาทานข้าวแล้วเห็นคนทำหน้าอร่อย เค้าจะรู้สึกอร่อยไปด้วยมั้ย

 

ไม่ลองก็รู้ได้งั้นเหรอ?

 

หรือจะหมายถึงเรื่องที่มีความเสี่ยง อย่าลองเลยดีกว่า

 

แต่ฉันคิดว่า ชีวิตมันก็ออกจะมีความเสี่ยง อยู่เต็มไปหมด ให้ต้องตัดสินใจอยู่แล้วนี่นา 

 

แล้วเส้นแบ่งของการเชื่อคำแนะนำของคนอื่นกับการฝ่าฝืนด้วยเหตุผลของตัวเองนี่มันอยู่ตรงไหน

 

 

 

 โอ๊ยยยยยย

ประเด็นก็คือว่าทำยังไงพ่อแม่จะมองเราเป็นผู้ใหญ่ซะที

(ไม่ได้เกี่ยวกะข้างบนเลยซักติ๊ด -*-)

 

 

 

 

19/09/09

 

 

้