ไดอารี่ที่หายไป

posted on 05 May 2008 00:58 by flawas

ว่าจะไม่กลับแต่ฉันก็กลับโคราชอีกแล้ว
บังเอิญวันเกิดคุณย่า
บังเอิญฉันว่าง
บังเอิญฉันหิว
บังเอิญฉันอยากแดนซ์...

ที่โรงพยาบาลที่พ่อแม่ฉันทำงานอยู่เค้าเลื่อนมาจัดงานปีใหม่พร้อมวันเกิดย่าฉันค่ะ
(คือท่านค่อนข้างเป็นผู้อาวุโสในท้องถิ่น)
เป็นงานเลี้ยงบรรยากาศแบบม่วนๆ ธีมคือทุกคนใส่เสื้อลายดอก(แต่ฉันไม่ใส่)
มีลาบ ยำเล็บมือนาง ต้มซี่โครงบุฟเฟต์
พนักงานผลัดกันไปโชว์ลูกคอบนเวที
มีแต่งแฟนซี จับรางวัลอะไรก็ว่าไป
พอฉันกินอิ่มก็ออกไปเซิ้งกับพี่ๆพยาบาลจนหอบเลย
(พยาบาลที่นี่ใจดีค่ะ รึอาจเป็นเพราะนี่เป็นนอกเวลางาน?)

เพลงลูกทุ่งเพราะๆก็มีเยอะนะคะ

 

กลับมาที่บ้านแสนรัก

หนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ฉันมั่นใจเกี่ยวกับนิสัยของตัวเองคือความรักและหวงแหนความเป็นส่วนตัว
ฉันไม่ชอบถูกมองจากด้านหลังว่าฉันกำลังดูเวบอะไรอยู่ พิมพ์คอมเมนต์อะไรอยู่
ของของฉัน คนอื่นสามารถใช้ด้วยได้ ไม่หวง แต่ต้องขออนุญาตก่อนเสมอ (ถ้าไม่ได้ขอ แม้ว่ามันจะไม่ได้เสียหายอะไร
ฉันชอบอยู่กับเพื่อนๆ และครอบครัว แต่ก็ต้องมีเวลาอยู่คนเดียวอย่างเพียงพอ(จิตป่ะเนี่ย แต่เรื่องจริงนะ)

ของรักของหวงสุดๆของฉัน(ที่ระลึกความทรงจำบลาๆ)จะเก็บไว้ในลิ้นชักใบหนึ่งในห้อง
รวมถึงไดอารี่ที่ฉันเขียนตั้งแต่ตอนอยู่ม.ต้น มาถึงตอนนี้ก็เล่มที่ห้าแล้ว
เล่มที่สองหายไปเมื่อนานมาแล้ว ช่างมันเถอะ
ปิดเทอมที่ผ่านมา เอาเล่มที่สี่ไปเก็บ เล่มที่หนึ่งหายไป
แต่ฉันเป็นคนขี้ลืม อาจจะเอาออกมาอ่านก่อนหน้านั้นแล้วเก็บไว้อีกที่นึงก็ได้
กลับไปคราวนี้ เล่มที่สี่หายไป

อ๊าว?

มีใครเอาไป?

ฉันมั่นใจเพราะเวลามันห่างกันไม่ถึงเดือนเลยจำได้ว่า"ตูเอากลับมาแล้วนี่"

ห้องนอนของฉันเวลาที่ฉันไม่อยู่ นอกจากแม่บ้านที่ทำความสะอาดนานๆครั้งก็ไม่มีใครเข้าไปเลย
ในห้องไม่มีของมีค่าอะไรมากมาย
ไดอารี่ของฉันหน้าตาเหมือนสมุดบันทึกทั่วไป
เนื้อหาอาจมีสาระพอๆกับหนังสือซุบซิบดารา
แต่ฉันว่ามันก็ไม่ได้อ่านสนุกอะไรนี่นะ?

ที่ตลกก็คือไดอารี่ธรรมดาๆคือสิ่งที่ฉันหวงแหนมากที่สุด และมันหายไป

 

ฉันรู้สึกไม่พอใจอย่างแรง เคืองมากๆ ถึงไม่รู้ว่าจะสงสัยใครดี


ไม่มีเหตุผลหรือวี่แววใดๆว่าใครอยากจะอ่านไดอารี่ของฉัน
แต่มันก็หายไปแล้ว แบบผิดปกติจริงๆ

 

ฉันเขียนป้ายขู่แปะไว้หน้าลิ้นชักใบนั้น
"ใครเอาสมุดฉันไป เอากลับมาซะดีๆ
อย่าคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันโวยแน่" โดยที่ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันเขียนถึงใคร
ระหว่างนั้นก็คิดว่าฉันควรบอกแม่ดีไหม
แม่อาจจะหัวเราะ ฉันก็เข้าใจอ่ะนะ
แต่สำหรับฉันมันเป็นเรื่องใหญ่ที่ยอมไม่ได้
...
...
...

 

 

 

 

 

 


อะไรไม่รู้ดลใจ
ฉันเปิดดูลังใหญ่ที่ฉันเก็บสิ่งที่นอกเหนือจากของรักของหวงในลิ้นชัก
ไดอารี่เล่มหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างบนสุด


...
...

เล่มหนึ่งฉันก็คิดว่ามันอาจจะไม่ได้หายไปอยู่แล้ว
แต่เล่มสี่ที่เพิ่งเอามาน่ะหายไปแน่ๆ

...
เพิ่งเอามา...

 


อะไรก็ไม่รู้ดลใจ- -"
ฉันค้นดูในถุงกระดาษที่เพิ่งขนกลับบ้านเมื่อคราวที่แล้ว
ไดอารี่เล่มที่สี่นอนตะแคงอยู่ที่ก้นถุง
ฉันยังไม่ได้เอามันใส่ลิ้นชักไว้น่ะเอง

 

 

 

 

เอ่อ
...
.
.
.
.

-///////-

 

 

 

 


อ๊ายอายตัวเองค่ะท่านผู้ชม ดีนะที่รู้เรื่องอยู่คนเดียว
(แล้วก้เอามาตีแผ่น่ะนะ...)

แถมพอเอาเล่มหนึ่งมาอ่าน
แม้จะเคยยืนยันว่าไม่ว่าเนื้อหาข้างในเป็นยังไง
มันก็มีคุณค่า เพราะเป็นส่วนหนึ่งของอดีตของเรา

พออ่านแล้วกลับรู้สึกว่าไม่น่าอ่านเลย
พาลไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองเคยเป็นคนแบบนั้น

อ่านแล้วเหมือนสมุดระบายอารมณ์ของคนโรคจิตเลย
มีทั้งหมกมุ่น  สับสน เขียนสิ่งที่จับใจความไม่ได้ อ่านไม่รู้เรื่อง
มีหน้าที่อยู่ติดกันเขียนความคิดเกี่ยวกับเรื่องเดียวกันที่ต่างกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
บางหน้าก็เขียนอะไรสก๊อยๆ หรือแสดงความคิดที่ใจร้ายๆออกมา
ลายมือก็เหมือนไก่เหนื่อยเขี่ย
เวลาผ่านไปแค่สามสี่ปีเองนะ ฉันเคยเป็นอย่างนี้จริงๆง่ะ?

 


รับตัวเองไม่ได้ว่ะ

 

 

เอาน่ะ วัยรุ่นคือวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง - -

 

 

ถ้ามองในแง่ดี นอกจากเรื่องนี้จะสอนให้ฉันระวงความเฟอะฟะของตัวเองให้มากกว่านี้แล้ว
อีกยี่สิบปีข้างหน้ามันอาจทำให้ฉันเข้าใจลูกวัยรุ่นได้ดีขึ้น
(ถ้าฉันมีอ่ะนะ)
เพราะมันทำให้ฉันเข้าใจผู้ใหญ่หลายคนที่ฉันคิดว่าที่ไม่เข้าใจเด็กเอาเสียเลย
ว่าบางทีเราก็ลืมชีวิตช่วงหนึ่งไปได้ง่ายดายขนาดนี้

 

 

 

 

รู้มั้ยคะฉันขำตัวเองมากเลย

 

 

....
ตั้งใจจะเล่าให้ขำด้วยนะเนี่ย
เวิร์คไม่เวิร์คก็บอกกันมั่งนะคะ

 

ว่าแล้วก็ไปขยำป้ายนั่นทิ้ง....

 

 

ปล. ผลการลดน้ำหนัก เดือนเมษายน พ.ศ.2551

ลดได้ทั้งหมด :   -1 กิโลกรัม

Comment

Comment:

Tweet

โธ่ มาไม่ทันคนแรกwink

#4 By 2spot studio on 2008-05-05 23:43

เก่งจังดลยครับ ที่เขียนไดอารี่ได้เป็นสาระ เป็นเรื่องราวขนาดนั้น
ผมเคยพยายามหลายหนแล้ว แต่ไม่สำเร็จซักที
เหมือนกับว่าผมอยากเขียนต่อเมื่ออยากเขียนน่ะ
ถ้ารู้สึกว่าต้องเขียนเมื่อไหร่จะไม่อยากเขียนไปโดยปริยาย
แย่เนอะ
แต่เหตุการณ์หน้าแตกแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นกะตัวเองเหมือนกัน ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ กับขำแหะๆ แต่ถ้าโดนดุก็จ๋อยไปตามระเบียบsad smile

#3 By cool fire on 2008-05-05 19:47

ละ ลบ 1 ประสบความสำเร็จ.....สินะ

ไดอารี่เราเก็บเข้าล็อกเกอร์ ใส่กุญแจเลย (เวอร์ไปไหม)

ในนั้นมีหลายๆอย่างที่คนอื่นอ่านไม่ได้ 555+

คิดถึง อยากเจออ่ะ
--ดาร์คคุง--

#2 By RikkU vs. Darkkung on 2008-05-05 10:50

แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกายdouble wink question

#1 By HineyHelsinki on 2008-05-05 03:15