ภายนอกนั้นสำคัญไฉน

posted on 10 May 2008 19:56 by flawas

ช่วงนี้เหนื่อยได้อีก

เดินทั้งวันมาหลายวันและ

แถมยังใส่ส้นสูงอีก แบบว่าอยากจะใส่รองเท้าราคาอื้อฮือที่ซื้อมาตอนงานพรอมให้คุ้ม

แน่นอน ผู้หญิงที่เคยใส่ส้นสูงจะรู้ว่าถ้ายังไม่ชินมันจะทรมานมาก

แม้ว่าใส่แล้วจะดูดีจริงๆก็เถอะ

เป็นผู้หญิงนี่ก็แปลกเนอะ เพื่อความสวยแล้วทำนู่นทำนี่ได้ตั้งเยอะ

ขนรักแร้ ขนคิ้ว ขนหน้าแข้งก็ต้องแวกซ์กันให้เรี่ยมเร้ (มันเจ็บไม่ใช่เรอะ?!)

อดอาหารให้หุ่นเพรียวผอม เงินก็ต้องเขียมไว้เพื่อชุดใหม่ที่หมายตา

ก็เข้าใจความรู้สึกอยู่อะนะ

ถึงจะบอกว่าให้เป็นตัวของตัวเอง

พอใจในตัวเอง อย่าไปสนคนอื่นมากนัก

แต่จริงๆก็คือชีวิตนี้เราอยู่ร่วมกับคนอื่น

และสิ่งที่คนอื่นมองเห็นเป็นสิ่งแรกไม่ใช่จิตใจนี่เนอะ

แล้วจะมีซักกี่คนกันที่มีเวลาพอที่จะมองเข้าไปได้ลึกขนาดนั้น

บางครั้งฉันก็รู้สึกได้ว่าการสวย แบบที่คนอื่นชื่นชมนี่เหมือนมีอำนาจเพิ่มขึ้นอีกอย่าง

 คล้ายๆกับการพูดเพราะ การมีสัมมาคารวะ วางตัวดีน่ะแหละ มันก็ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นได้

แล้วแต่ว่าใครจะให้น้ำหนักสิ่งไหนมากกว่า

มุมมองฉันก็เลยเปลี่ยนไปนิดนึงว่า

"ใส่ใจรูปลักษณ์สักเล็กน้อย ความสะดวกสบายจะรอคอยอยู่ข้างหน้า"

 คำขวัญบ้าอะไรเนี่ย- -"

 

ฉันว่ามีหลายคนเลยแหละที่ให้ความสำคัญกับมันเป็นอันดับต้นๆ

บางคนก็ชินกับการตัดสินคนจากภายนอก

ฉันไม่ได้คิดว่ามันไม่ดีนะคะ

อย่างถ้าเห็นคนเดินตาขวางๆ น้ำลายไหลเดินตรงเข้ามาหาเนี่ย

จะรีบหลบไปมันก็สมควรอยู่

หรืออย่างเวลาไปเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินไรเงี้ย

การแต่งตัวปอนๆโปเกไม่ได้แปลว่าเราไม่มีตังค์ก็จริง แต่ว่ามันก็ช่วยคัดๆได้บ้างในระดับนึงล่ะ

แต่ว่า...

อย่าให้มันมากเกินไปนะคะ

เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มองเห็นตั้งแต่แรก ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีนะ

บางคนให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป

ไม่ไหวค่ะ ไม่ไหวนะ

บางคนมั่นใจในการตัดสินจากภายนอกมากเกินไป

อย่างเช่นฉันถูกมองว่าเป็นเด็กเสิร์ฟร้านไก่ย่าง หรือขโมยในเซเว่นเงี้ย

มันเสียความรู้สึกนะคะ

 

เพื่อนบางคนชอบที่จะดูดี

ดูดี ถูกชม มั่นใจ มีความสุข อันนี้ดีๆ เข้าใจๆ

แต่จะดูดีทีนี่ลำบากมาก

คือดูดีในสายตาคนอื่นจริงๆ ต้องให้คนอื่นแนะนำ เช็ค คอมเมนต์

หรือต้องคอยจัด คอยแต่ง คอยเติมไอ้นั่นไอ้นี่อยู่ตลอดเวลา

ฉันว่ามันดูน่าหงุดหงิดมากกว่า(แม้บางคนจะดูดีจริงๆ)

 

ถ้าไม่ได้แบบว่า...รูปโจรเกินไปนัก หรือติสต์แตกแหวกแนวเกินปกติ

(อย่างงั้นฟังๆคนอื่นไว้บ้างก็ดี)

คนที่ดูมั่นใจยังไงก็ดูดีกว่า

เซลฟ์เข้าไว้สิคะ เซล์ฟ

เซล์ฟ

เราดูแล้ว เราเช็คแล้ว เราพอใจแล้ว เหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพอากาศ รสนิยมตัวเองแล้ว

แค่นี้ก็พอแล้ว

อย่าคิดแต่แบบว่า "ไม่เห็นมีใครเค้าใส่กันเลย"

ถ้ามันดูดีจริงเดี๋ยวก็มีคนตามเองแหละ

เราจะภูมิใจด้วยซ้ำ เป็นผู้นำเทรนด์

 

ตอนนี้ฉันเองก็ถูกเพื่อนๆรุมประณามลุค

ประมาณว่าฉันเซอร์เกินไป ทำนองนั้น(แต่ฉันว่าไม่นี่)

จะมีนิสิตแพทย์ซักกี่คนที่โดนทักว่าเป็นเด็กถาปัตย์/ศิลปกรรม

ก็เข้าใจอ่ะว่าหวังดี แต่ฉันก็อยากจะทำอะไรๆในแบบของตัวเองง่ะ เข้าใจมั้ย

 

อ่านแล้วรู้สึกว่าเอนทรี่นี้เขียนด้วยความหงุดหงิดส่วนตัวแฮะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

ป.ล. ไปดูสี่แพร่งมาแล้ว (ถ้าอ่านเอนทรี่ที่แล้วก็จะงง...ไหนว่าไม่ดูไง)

ไม่รู้นึกยังไง จู่ๆก็อยากดู(สงสัยกระแสมันแรง)

ก็สนุกใช้ได้นะ ยกเว้นเรื่องที่สอง ซีจี+เสียงพากย์ขัดลูกตาไปหน่อย

ไม่น่ากลัว/หลอนอย่างที่นึกไว้

พลอยกับสายป่านน่ารัก

 

แล้วก็ดูแผ่นResievoir dogs หนังปี1997 ของ Quentin Tarantino

ขอสปอยล์นะ

ตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวไปอยู่ในแก๊งเฉพาะกิจโขมยเพชร

ซึ่งมีหัวหน้าใหญ่ที่ตำรวจอยากเก็บมานานเลือกมาโดยไม่ให้รู้จักตัวจริงของกันและกัน

มีทั้งไอ้โรคจิตชอบทรมาณ นักต้มตุ๋น บลาๆ ประมาณ 5-6คน

เนื้อเรื่องคือตอนที่คุณสายทำให้ทั้งแก๊งค์ถูกซุ่มโจมตี

และคุณสายก็ถูกยิงปางตายซะเอง

แต่ละคนหนีมายังจุดนัดพบที่โกดังร้าง บางคนหายไป บางคนตาย

ไอ้คนที่เหลืออยู่ก็คิดออกว่ามีหนอน

คุณสายที่นอนใกล้ตายอยู่แสดงได้เนียนจนไม่มีใครสงสัย

ปล่อยให้คนอื่นทะเลาะกันไป ใครวะใครกัน บางคนออกไปดูลาดเลา

เหลือไอ้โรคจิตจับตำรวจได้ได้มาซ้อม ทรมานให้บอกข้อมูล ตัดหู เฉือนหน้า ก็ว่ากันไป...

ได้ทีคุณสายก็ใช้แรงที่เหลืออยู่ยิงไอ้โรคจิตซะก่อนที่มันจะเผาหน้าคุณเพื่อนตำรวจ

ในที่สุดหัวหน้าแกงค์ใหญ่มาถึง คุณสายบอกว่าไอ้โรคจิตเป็นหนอน จะฆ่าผม

 แต่พลาดไปแล้ว..

ไอ้โรคจิตเห็นอย่างงั้นก้เป็นคนที่สนิทและจงรักภักดีและหัวหน้าเชื่อใจมากที่สุด

คุณสายเลยโดนจับได้ กำลังจะถูกฆ่าอยู่แล้วเชียว เพื่อนร่วมแกงค์อีกคนก็ออกมาปกป้องไว้(เพราะเขาเชื่อว่าคุณสายบริสุทธิ์)

สุดท้ายก็ยิงกันตายหมด

comment: เป็นหนังแอ็กชั่นที่แนวๆดี ถ่ายภาพสวย ดูอินดี้ๆ แต่ที่ประทับใจสุดๆคือ

พี่เล่นแจกฟักกันทั้งเรื่อง อิ่มกันไปเลย (ถ้าใครได้ดูก็ลองนับนะ)

 

 

 

 

 

edit @ 10 May 2008 23:18:46 by flawas

Comment

Comment:

Tweet

ในประวัติพุทธสาวก พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสแก่นางวิสาขาไว้ว่า การหลงรูปโฉมของตนนั้นก็ไม่แตกต่างอะไรกับแมงมุมติดใยตัวเอง...
อย่าติดกับมันเลยครับ...สติเท่านั้นที่ช่วยได้ ตราบเท่าที่กายเรายังต้องรับใช้ใจเราอยู่ก็ดูแลมันไปตามความเหมาะสม...
เชื่อเถอะ ของพวกนี้ แบกมากๆเข้าวันนึงก็จะเหนื่อยเอง และจะตระหนักว่าที่ผ่านมานั้น ไม่รู้จะไปยึดติดมันทำไม และกระทั่งคนที่ไม่สามารถมั่นใจว่าตัวเองจะดูดีได้ ต้องคอยให้คนอื่นเป็นเกณฑ์แล้วละก็...ถ้าเขามีความสุขก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ
ป.ล. - ผมเคยถูกทักว่าเรียนหมอหลายครั้งเลยล่ะ 55+
sad smile confused smile

#1 By cool fire on 2008-05-12 21:06